2006/Apr/23

เนื่องจากหาเรื่องที่มีสาระมาใส่บล็อคมานานพอสมควร ตอนนี้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และตัวเองก็ชอบเลยน้ำมาให้คนอื่นได้รับความรู้ด้วยค่ะ

INTRODUCTION TO THE BIOGRAPHY OF WILLIAM SHAKESPEARE
Will lived for 52 years as his bio confirms. In just 23 years, between approximately 1590 and 1613, he is attributed with writing 38 plays, 154 sonnets and 5 other poems. He is the most widely read of all Authors and the popularity of the Life and Works of Shakespeare, in English speaking countries, is second only to the Bible. It is therefore no surprise that Shakespeare's biography, or bio, sparks so much interest. .

มีหลักฐานยืนยันว่าวิลมีอายุถึง 52 ปี ในตอนที่เขาอายุ 23 คือระหว่าง ปี 1590 - 1613 โดยประมาณ เขาเป็นเจ้าของบทละคร 38 เรื่อง โคลง sonnets คือโคลงที่มี 14 บรรทัดซึ่งมีรูปแบบการสัมผัสตายตัว 154 บท บทกลอนอื่นๆอีก 5 ประเภท เขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และโด่งดังทั้งเรื่องชีวิต และงานของเขา ในอังกฤษกล่าวถึงเขาทั่วประเทศ พอๆกับคัมภีร์ไบเบิล

แหะๆ ไม่รู้จะแปลถูกหมดรึเปล่า ถ้าแปลผิดยังไงก็แนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ *-*

2006/Apr/17

นี่ก็เลยวันสงกรานต์มาหลายวันแล้ว แต่เราก็เพิ่งกลับมากรุงเทพฯวันนี้เอง ไม่ได้เล่นน้ำเท่าไหร่ เราไปอยู่บ้านย่าที่จ.สมุทสาคร ไปอยู่ที่นั่นทำให้เราได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง ทั้งประเพณีของที่นั่น ที่บ้านย่าเค้าจะเล่นน้ำกันแบบมีมารยาทมากๆ ทำบุญทั้งหมดเป็นเวลา 5 วัน คือตั้งแต่วัรที่ 13 - 15 เราได้ไปทำบุญทุกวันเลย เป็นสุขมากๆ เพราะอยู่กรุงเทพฯ แทบจะไม่ได้ตักบาตร วัยรุ่นที่นั่นก็มานั่งฟังพระเทศน์ รู้สึกดีจริงๆที่ได้เห็นภาพแบบนั้น วันนี้เป็นวันทำบุญวันสุดท้าย ก็จะมีการบังสกุล ให้กับคนที่เสียชีวิตไปแล้ว ทุกบ้านจะนำเถ้ากระดูกของบรรพบุรุษใส่โกฎ มาไว้ที่วัด แล้วสวดมนต์ไปให้ กลิ่นน้ำอบงี้หอมไปทั้งศาลาวัด จากนั้นก็รดน้ำดำหัวคนแก่ในหมู่บ้าน แล้วก็สาดน้ำกันเอง ก่อนหน้านั้น 2 วัน มีการนำพระใส่รถกระบะแล้วแห่รอบหมู่บ้านให้ชาวบ้านได้สรงน้ำพระ แล้วแห่ไปยังหมู่บ้านใกล้เคียงด้วย ตอนกลางคืนก็มีการรำของเด็กๆ ซึ่งป้าเราเป็นครูสอนเรา เราเลยต้องแบกกล้อง และกระเป๋าตามไปถ่ายรูปเด็กๆ เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เราอยากให้ประเพณีที่ดีงามนี้อยู่ต่อไปนานๆ ตามกรุงเทพฯ แทบจะภาพแบบนี้ไม่ได้ อาจจะมีแต่ก็เป็นส่วนน้อยนัก

ในคืนวันที่ 13 ซึ่งเป็นคืนวันเพ็ญพอดี เราออกไปนั่งอยู่ชานบ้าน ซึ่งบ้านของเราเป็นเรือนไทย บางคนอาจมองว่าเรือนไทยน่ากลัว แต่ถ้าได้มาอยู่จะมีความสุขมาก เรานั่งไปนั่งมาเห็นพระจันทร์สวยๆ เลยนึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรไม่รู้ ตอนนั้นนั่งอยู่คนเดียวด้วย ลมก็พัดสบายๆ ทำให้สดชื่นบวกเหงาๆ เลยนั่งวาดรูปและแต่งกลอนรูปก็เป็นเส้นดินสอธรรมดา แต่เราอยากนำกลอนมาให้ช่วยกันต่อ กลอนอาจจะแปลกๆ เน่าๆ เพราะแต่งไม่ค่อยจะเป็นอ่ะเหอๆ ลองดูนะคะ

ถึงจะเหงา...อ้างว้าง...สักเพียงใด

ขอแค่ใจ...ถวิล...คิดถึงเธอ

เพียงแค่นี้ก็คลายเศร้าใจละเมอ

ถึงไม่เจอแค่มองจันทร์ก็รัญจวน

จันทร์ในใจยามเมื่อถึงคืนเพ็ญ

เมื่อแลเห็นทำให้ใจนึกหวน

เพียงใบหน้าเธอลอยเด่นในจันทร์นวล

ก็อบอวลด้วยสุข-เหงามะลาย

ถ้าอักขระ หรือภาษายังไงไม่ถูกก็ช่วยติด้วยนะคะ แล้วก็อยากให้ช่วยกันแต่งของตัวเองถ้าเป็นไปได้ เพื่อจะได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันนะคะ


edit @ 2006/04/17 19:49:05

2006/Apr/09

ทะเลใหความรู้สึกหลายๆ อย่าง และก็เหมาที่จะเป็นสถานที่ในช่วงวัมเมอร์นี้ เวลาเราเห็นทะเล จะรู้สึกสดชื่น นึกถึงความโรแมนติก บางที่ก็หว้าเหว่ อ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก แต่บอกทีก็รู้สึกสนุก ร่าเริง ทะเลกว้างใหญ่ จนไม่รู้ว่าไปสิ้นสุดที่ตรงไหน ทำให้เวลานี้ถ้าเรามองทเล เราจะคิดถึงคนที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ แต่เอาจริงๆ กลับไกลจนคว้าไม่ถึง เหมือนทะเลที่เรามองออกไปไกลๆ เห็นเส้นขีดเส้นระหว่างท้องฟ้าและทะเล เรานึกว่ามันสิ้นสุดแค่นั้น แต่หากนั่งเรือออกไปเรากลับไปไม่ถึงมันซักที

ตอนนี้คนที่เราคิดว่าอยู่ไกล ก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่หากบางทีก็เหมือนไกลออกไปอีก รู้สึกสับสนแฮะ แต่นี่คือชีวิตของคนๆนหนึ่งล่ะนะ